posted on 03 Oct 2008 23:12 by yongkoy
หลังจากโจรจากไป
ชาวประมงก็ขาเป๋ขึ้นเรือยๆ จากหนึ่งข้าง กลายเป็นสอง สามข้างตามลำดับ
แล้วชาวประมง ก็สำนึกได้ว่า "อันหอยทั้งตัวนั้น ส่วนสำคัญหาได้อยู่ที่ผลลัพธ์ของสิ่งหมักหมมไม่ เนื้อของมันสิแน่นอน"
คิดได้ดังนี้ แสงสว่างก็วาบวูบวืบแวบวอมๆวับๆแวมๆ ขึ้นมาในปัญญาโดยบัดดล
ฉับพลัน ขาทั้งสองสาม ข้าง ที่เป๋อยู่ ก็กลับเป็นปกติจนเกินพอดี จนชาวประมงรู้สึกอึดอัด
ข้างฝ่ายโจร หลังจากลูกๆทั้งหกสิบสามคนของพวกมัน ได้รับแจกไข่มุกจนครบทุกตัวคนแล้ว
ก็ไม่รู้จะทำสิ่งใดมากไปกว่านั่งมองไข่มุกสีเคลือบๆไปวันๆ ไฟในการปล้นหายไป
จวบจนวันที่สามของการเพ่งไข่มุก น้องคนสุดท้องก็เอ่ยขึ้นว่า............
(อ่านต่อในอีกสามวัน)
posted on 03 Oct 2008 11:55 by yongkoy
เรื่องมันเริ่มมาจาก"มุก" สมบัติล้ำค่าที่มีอยู่อย่างเหลือเฟือของ "ควาย (ชาวประมงขาเป๋)
ถูกโจรหกขาแปดนมยี่สิบตาสามปากฉกเอาไปกว่าค่อน แล้วเอาไปแจกจ่ายต่อลูกๆอย่างหน้าบางๆ (เดี๋ยวมาต่อ อีกสิบสองชั่วโมง)
edit @ 3 Oct 2008 23:29:14 by โย่ง&ก้อย
posted on 02 Oct 2008 23:13 by yongkoy
เนื่องด้วยอากาศที่ร้อน จนอาจจะกล่าวได้ว่าน้ำลายในปากเดือดพล่าน
ข้าพเจ้าพบควายสองตัวในบ่อน้ำ ใกล้ๆกับบ้านกำนันย้อย ที่ปลูกต้นมะม่วงไว้เป็นจำนวนมาก
ควายตัวผู้ได้เอ่ยกับข้าฯว่า "mjkkkkikia-00-jimoijoe" แปลเป็นไทยได้ว่า "ท่านเอ๋ย ได้โปรดช่วยให้ข้าพ้นทุกข์พ้นร้อนด้วยเถิด" ข้าฯตกใจเป็นอันมาก จนสติของข้าเลอะเลือนไปชั่วขณะ ประมาณสามปี ข้าถึงได้สติขึ้นมาอีกครั้ง แต่มันก็สายไปเสียแล้ว สองควายผัวเมียได้กลายเป็นซากศพแห้งๆ ทั้งๆที่น้ำในบ่อยังคงส่องประกายสดใส
ข้าพเจ้าตกตะลึง และหมดสติไปอีกสามปี ซากศพควายผัวเมียยังอยู่ แต่น้ำเหือดแห้งไปแล้ว "wvh8;kpgvJp"(แปลเป็นไทยว่า "ไอ้ควายเอ๋ย") ข้าพเจ้ารำพึง พร้อมทั้งพยายามลากซากควายทั้งสองตัวนั้นมากัดกินอย่างเอร็ดอร่อย แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าถ้ามีน้ำจิ้มซีฟู๊ดซักนิดคงจะดีไม่ใช่น้อย
ข้าพเจ้าเลยจากซากควายมาอย่างอึกทึกครึกโครม พร้อมเดินทางตามหาน้ำจิ้มซีฟู๊ดด้วยแรงบันดาลใจจากต่อมน้ำลาย